
รองเท้าที่ดี คือคู่ที่ใส่พอดีกับเท้าเรา แต่รองเท้าคู่ใจ คือคู่ที่เราใส่ได้ทั้งในวันสบายและวันเร่งรีบโดยไม่บีบหรือกัดเท้าตั้งแต่เช้าจรดเย็น และรองเท้าคู่ใจคู่นี้พาเราไปยังสถานที่ต่าง ๆ ได้โดยไม่ทำให้เราอึดอัด เจ็บ หรือเป็นแผล แล้วการจะดูแลรองเท้าดี ๆ ที่เราชอบ เป็นคู่โปรด คู่ใจ ของเรานั้น จะต้องทำยังไงบ้าง? มาดูเทคนิคที่จะช่วยดูแลรักษารองเท้าของเราให้เหมือนใหม่ และยืดอายุการใช้งานให้กับรองเท้าของเรากันดีกว่า
เก็บรองเท้าในอุณหภูมิห้อง ในสถานที่ที่มิดชิด
ตู้เก็บรองเท้า หรือชั้นวางรองเท้าในปัจจุบันมีดีไซน์ให้เลือกเยอะมาก มีทั้งแบบตู้ปิด ชั้นเปิดโปร่ง ๆ และกล่องเก็บรองเท้าเป็นคู่ ๆ การเลือกเก็บรองเท้าในแบบของแต่ละคน ก็ต้องขึ้นอยู่กับที่วางที่เอื้ออำนวยภายในบ้านด้วย แต่ถ้าจะดีที่สุดสำหรับรองเท้าคู่ใจของเรา ก็ต้องเก็บในที่ที่มิดชิด ในอุณหภูมิห้อง ที่อากาศแห้งหน่อย โดยมีอากาศถ่ายเทพอดี ๆ เพื่อไม่ให้รองเท้าเกิดการอับชื้น
ความเชื่อเรื่องการนำรองเท้าตากแดด ตากลม ระบายอากาศ
คือความเชื่อที่ ถูกต้องจ้า! หากเราอยากให้รองเท้าคู่สวยของเรา มีชีวิตยืนยาว เราต้องนำรองเท้าของเราออกมาให้โดนแดด โดนลม สักพักหนึ่ง ซึ่งจะไม่ใช่การเอาไปวางตากแดดตรง ๆ นะ แต่จะเป็นการสังเคราะห์แสงกลาย ๆ คือให้โดนแดดอ่อน ๆ อากาศโปร่ง ๆ เพื่อระบายอากาศด้วย หรือเราจะเรียกกระบวนการนี้ได้ว่า การนำรองเท้าออกมาหายใจ
การหยิบรองเท้ามาใช้งานและพักบ้างตามโอกาส
รองเท้าคู่ใจของหลาย ๆ คน อาจจะถูกใช้งานอย่างหนัก เพราะเราก็อยากจะใส่รองเท้าที่เดินสบายทุกวันแหละ แต่ความจริงแล้ว หากเราต้องการเก็บรักษา และถนอมรองเท้าคู่โปรดของเราให้ใช้งานได้นาน ๆ ก็ควรจะใช้งานรองโดยหารองเท้าคู่สำรองที่สลับเปลี่ยนไว้ใช้งานได้ เพื่อให้รองเท้าคู่ใจของเราได้พักบ้าง ไม่ต้องทำงานหนักตลอดเวลาจนส้นสึกไปซะก่อน
ควรทำความสะอาดรองเท้าคู่ใจเป็นประจำ ทำให้ติดเป็นนิสัย
การทำความสะอาดรองเท้าแต่ละประเภท อย่างผ้าใบ รองเท้าหนัง รองเท้าแฟชั่นใส่ง่ายใส่สบาย มีขั้นตอนการดูแลที่แตกต่างกันออกไปด้วยวัสดุของรองเท้า ผู้สวมใส่จะต้องรู้ ต้องใส่ใจและทำความเข้าใจขั้นตอนเหล่านี้ เพื่อจัดการและถนอมรองเท้าได้อย่างถูกวิธี รองเท้าของเราจะได้สะอาดเสมอ หากผู้ใช้งานไม่เข้าใจและเผลอทำความสะอาดรองเท้าแบบผิด ๆ จะกลายเป็นการลดอายุการใช้งานของรองเท้าให้สั้นลงก็เป็นได้
การทำความสะอาดรองเท้าประเภทต่าง ๆ
รองเท้าผ้าใบ: ควรทำความสะอาดโดยใช้แปรงสีฟัน ไม่ซักน้ำอุ่น ใช้เบกกิ้งโซดาหรือน้ำส้มสายชูได้
รองเท้าหนัง: เช็ดทำความสะอาดแห้งด้วยผ้าไม่มีขน ห้ามใช้แปรง และใช้น้ำยารักษาหนัง (ขึ้นอยู่กับวัสดุหนัง)
รองเท้าแฟชั่น: ใช้ผ้าชุบน้ำหมาด ๆ เช็ดทำความสะอาดรองเท้า หรือใช้สเตคลีนเช็ดเบา ๆ และผึ่งให้แห้ง
สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงเวลาใช้งาน
- หมึก ปากกา
- น้ำ น้ำมัน น้ำหอม
- ผลิตภัณฑ์แอลกอฮอล์
ทริคเพิ่มเติมในช่วงหน้าฝน ที่ช่วยดับกลิ่นรองเท้า
ในช่วงหน้าฝนของประเทศไทย เราคงจะหลีกเลี่ยงการใช้งานที่ต้องลุยฝนไปไม่ได้ นอกจากผู้สวมใส่จะหาตัวช่วยเพิ่มเติม อย่างปลอกสวมทับกันรองเท้าเปียก หรือใช้วิธีเปลี่ยนไปใช้รองเท้าแตะคู่สำรองแทน แต่เมื่อรองเท้าของเราเผชิญฟ้าฝนมาแล้ว ก็ต้องดูแลรักษารองเท้ากันให้รอดต่อไป มาดูวิธีสุดคลาสสิกและวิธีดี ๆ ในการถนอมรองเท้าเปียกชื้นของเรากัน อันดับแรกต้องเช็ดล้างทำความสะอาดรองเท้าตามสภาพการลุยฝนก่อน เพราะบางคู่หากจมน้ำฝนมาก็ต้องผ่านการซักล้างให้สะอาดเลย และควรทำทันทีภายในวันที่โดนฝน หลังจากนั้นเราจึงนำรองเท้าไปตากลมให้แห้งก่อน แล้วจึงเข้าสู่กระบวนการขจัดกลิ่นอับดังนี้
- ใช้กระดาษหนังสือพิมพ์ยัดใส่ในรองเท้า วิธีดั้งเดิมสุดคลาสสิก
- ใช้เบกกิ้งโซดาใส่ถุงวางไว้ใกล้ ๆ รองเท้าในตู้หรือในกล่อง หรือโรยผงลงในรองเท้าบาง ๆ
- ใช้ถุงกากกาแฟมัดวางกับรองเท้า ในตู้หรือกล่องที่มีอากาศถ่ายเท
- ใช้ซองกันชื้นสำเร็จรูปใส่ไว้ในกล่องร่วมกับรองเท้า
วิธีการทั้งหมดนี้สามารถใช้งานได้จริง ซับกลิ่นได้จริง เลือกใช้งานกันได้ตามสะดวก แต่ก็อาจจะใช้เวลานิดนึงในการซับกลิ่นให้หมด ขึ้นอยู่ความรุนแรงของกลิ่นอันไม่พึงประสงค์ของรองเท้าแต่ละคู่ และอย่าลืม! ว่าวันถัดไปเราต้องนำรองเท้าไปผึ่งลมผึ่งแดดด้วย เพื่อให้อากาศโปร่ง ๆ และกลิ่นแดดซับกลิ่นอับชื้นจากรองเท้าออกไปให้หมด
และทั้งหมดนี้ก็เป็นวิธีการดูแลรองเท้าของเราให้เหมือนใหม่ อันที่จริงการดูแลรองเท้าคู่ใจของเราไม่ได้ยากอย่างที่คิด เพียงแต่ผู้สวมใส่ต้องให้เวลาในการขั้นตอนการดูแลรักษาแต่ละขั้น และใส่ใจในขั้นตอนการดูแลรักษาระหว่างที่ไม่ได้ใช้งานรองเท้าด้วย เราจึงจะต่ออายุการใช้งานของรองเท้าเราได้ไปอีกนาน